TH

|

EN

5 เหตุผล ทำไมหน้าฝน “ยิ่งต้อง” ล้างรถ

5 เหตุผล ทำไมหน้าฝน “ยิ่งต้อง” ล้างรถ

เมษายน 23, 2561 |
โพสโดย : maxi |

5 เหตุผล ทำไมหน้าฝน “ยิ่งต้อง” ล้างรถ

“ไม่ต้องล้างหรอก เสียดายตังค์” “วันไหนล้างรถ ฝนจะตก” พอเข้าเดือนหก ฝนก็ตกพรำพรำ การเดินทางที่ดูเหมือนจะสะดวกที่สุดคือ รถยนต์ เพราะเราจะได้ไม่เปียก แต่รถเราจะเปียกแล้วเปียกอีก พอวันไหนแดดออกก็เป็นคราบฝุ่น แต่พอล้างรถปุ๊ป ฝนก็ตกปั๊ป ทำร้ายจิตใจกันชัดๆ ความเชื่อที่ว่า “หน้าฝนไม่ต้องล้างรถ” เลยเข้ามาครอบงำจิตใจทันที!

รู้ไว้ก้ดี 5 เหตุผล ทำไมหน้าฝน “ยิ่งต้อง” ล้างรถ

1. คราบน้ำฝังแน่น ทำให้เกิดคราบน้ำบนสีรถ ยิ่งสะสมไว้คราบไว้นาน และตากแดดจะทำให้การทำความสะอาดยากขึ้น เสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

2. เศษกิ่งไม้ ใบไม้ ที่เกาะอยู่บนตัวรถทำให้ผิวสีรถด่างและเสีย

3. ความชื้นก่อสนิม เมื่อรถผ่านการลุยฝน เกิดความชื้นตลอดเวลา การชำระล้างและเป่าแห้งช่วยให้ลดการเกิดสนิมได้

4. รถเปียกสิ่งสกปรกติดง่าย เช่น ฝุ่นละออง ซึ่งทำให้เกิดคราบดำ หากเป็นรถสีขาวจะทำให้สีรถหมองเร็ว

5. ฝนกรด อาจฝังเข้าไปในผิวสีรถ การทำความสะอาดมีค่าใช้จ่ายสูง โอกาสของการพบเจอฝนกรดมีมากในเขตพื้นที่อุตสาหกรรม และพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง #เขตกรุงเทพฯก็เช่นกัน

“สีรถ” ดูเหมือนจะถูกกระทบมากที่สุด และเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ปล่อยปละละเลย ทีนี้เรามาลองดูกันว่าหากเราละเลยเรื่องเหล่านี้แล้วสีรถของเราจะเป็นอย่างไรบ้างนะ?

คราบที่ติดมาเป็นเวลานานก้จะเกาะผิวสีรถ ล้างออกลำบาก บางกรณีอาจจำเป็นต้องขัดสี ซึ่งราคาต่างจากล้างรถปกติถึง 5 เท่า (1,000++) ดังนั้นเราก็ควรจะล้างรถบ่อยขึ้นในฤดูฝน เพื่อลดโอกาสในการเกิดคราบฝังลึกนั่นเอง แต่ถามว่าจำเป็นต้องล้างทุกวันเลยไหม? อันนี้แล้วแต่เจ้าของรถเลยนะจ๊ะ แต่วิธีการล้างรถง่ายๆ คือใช้น้ำสะอาดฉีดให้แรงที่สุด เพื่อขจัดคราบฝุ่นออกให้ได้มากที่สุด และใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดทำความสะอาดให้แห้งทุกจุด อย่าละเลย! เพราะบางจุดอาจเกิดรอยคราบหรือสนิมได้

cr. http://timelinedee.com

5 เหตุผล ทำไมหน้าฝน “ยิ่งต้อง” ล้างรถ

“ไม่ต้องล้างหรอก เสียดายตังค์” “วันไหนล้างรถ ฝนจะตก” พอเข้าเดือนหก ฝนก็ตกพรำพรำ การเดินทางที่ดูเหมือนจะสะดวกที่สุดคือ รถยนต์ เพราะเราจะได้ไม่เปียก แต่รถเราจะเปียกแล้วเปียกอีก พอวันไหนแดดออกก็เป็นคราบฝุ่น แต่พอล้างรถปุ๊ป ฝนก็ตกปั๊ป ทำร้ายจิตใจกันชัดๆ ความเชื่อที่ว่า “หน้าฝนไม่ต้องล้างรถ” เลยเข้ามาครอบงำจิตใจทันที!

รู้ไว้ก้ดี 5 เหตุผล ทำไมหน้าฝน “ยิ่งต้อง” ล้างรถ

1. คราบน้ำฝังแน่น ทำให้เกิดคราบน้ำบนสีรถ ยิ่งสะสมไว้คราบไว้นาน และตากแดดจะทำให้การทำความสะอาดยากขึ้น เสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

2. เศษกิ่งไม้ ใบไม้ ที่เกาะอยู่บนตัวรถทำให้ผิวสีรถด่างและเสีย

3. ความชื้นก่อสนิม เมื่อรถผ่านการลุยฝน เกิดความชื้นตลอดเวลา การชำระล้างและเป่าแห้งช่วยให้ลดการเกิดสนิมได้

4. รถเปียกสิ่งสกปรกติดง่าย เช่น ฝุ่นละออง ซึ่งทำให้เกิดคราบดำ หากเป็นรถสีขาวจะทำให้สีรถหมองเร็ว

5. ฝนกรด อาจฝังเข้าไปในผิวสีรถ การทำความสะอาดมีค่าใช้จ่ายสูง โอกาสของการพบเจอฝนกรดมีมากในเขตพื้นที่อุตสาหกรรม และพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง #เขตกรุงเทพฯก็เช่นกัน

“สีรถ” ดูเหมือนจะถูกกระทบมากที่สุด และเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ปล่อยปละละเลย ทีนี้เรามาลองดูกันว่าหากเราละเลยเรื่องเหล่านี้แล้วสีรถของเราจะเป็นอย่างไรบ้างนะ?

คราบที่ติดมาเป็นเวลานานก้จะเกาะผิวสีรถ ล้างออกลำบาก บางกรณีอาจจำเป็นต้องขัดสี ซึ่งราคาต่างจากล้างรถปกติถึง 5 เท่า (1,000++) ดังนั้นเราก็ควรจะล้างรถบ่อยขึ้นในฤดูฝน เพื่อลดโอกาสในการเกิดคราบฝังลึกนั่นเอง แต่ถามว่าจำเป็นต้องล้างทุกวันเลยไหม? อันนี้แล้วแต่เจ้าของรถเลยนะจ๊ะ แต่วิธีการล้างรถง่ายๆ คือใช้น้ำสะอาดฉีดให้แรงที่สุด เพื่อขจัดคราบฝุ่นออกให้ได้มากที่สุด และใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดทำความสะอาดให้แห้งทุกจุด อย่าละเลย! เพราะบางจุดอาจเกิดรอยคราบหรือสนิมได้

cr. http://timelinedee.com

 

SHARE

โรคติดต่อยอดฮิต ที่มาพร้อมกับหน้าฝน

กลุ่มโรคติดต่อของระบบทางเดินอาหารที่พบบ่อย ได้แก่ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน บิด ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ โรคเหล่านี้เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลชีพที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหาร ที่ลำไส้ โดยผู้ป่วยจะมีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำ อาจมีไข้ ปวดบิดในท้อง และหากติดเชื้อบิดอาจมีมูกหรือเลือดปนอุจจาระได้ นอกจากนี้เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด เอ และบี ยังสามารถติดต่อได้จากการรับประทานอาหารปนเปื้อนเชื้อ ผู้ที่มีอาการตับอักเสบจะมีไข้ อ่อนเพลีย มีอาการตัวเหลือง ตาเหลืองหรือดีซ่าน คลื่นไส้อาเจียน ดังนั้นในหน้าฝนนี้จึงควรระมัดระวังอาหารการกินเป็นพิเศษ โดยรับประทานอาหารที่สุกใหม่ ๆ สะอาด ใช้ช้อนกลาง

อ่านต่อ

หัวเราะบำบัด “สร้างสุขภาพกาย เสริมสุขภาพใจ” หัวเราะบำบัด “สร้างสุขภาพกาย เสริมสุขภาพใจ”

การหัวเราะมี 2 ประเภท คือ การหัวเราะแบบธรรมชาติ และ การหัวเราะแบบบำบัด ซึ่งทั้ง 2 วิธีนี้มีความแตกต่างกัน การหัวเราะโดยธรรมชาติต้องมีสิ่งเร้าให้เกิดอารมณ์ขัน เช่น การฟังเรื่องตลก ได้เห็นเรื่องแปลกประหลาดที่คาดไม่ถึง ฯลฯ แต่การหัวเราะบำบัดเป็นการทำให้ตัวเราหัวเราะได้เองโดยไม่มีสิ่งมากระตุ้นอารมณ์ขัน นั่นคือเราต้องหัวเราะอย่างรู้สึกตัวและเป็นผู้กระทำให้การหัวเราะดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ

การหัวเราะมี 2 ประเภท คือ การหัวเราะแบบธรรมชาติ และ การหัวเราะแบบบำบัด ซึ่งทั้ง 2 วิธีนี้มีความแตกต่างกัน การหัวเราะโดยธรรมชาติต้องมีสิ่งเร้าให้เกิดอารมณ์ขัน เช่น การฟังเรื่องตลก ได้เห็นเรื่องแปลกประหลาดที่คาดไม่ถึง ฯลฯ แต่การหัวเราะบำบัดเป็นการทำให้ตัวเราหัวเราะได้เองโดยไม่มีสิ่งมากระตุ้นอารมณ์ขัน นั่นคือเราต้องหัวเราะอย่างรู้สึกตัวและเป็นผู้กระทำให้การหัวเราะดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ

อ่านต่อ

แมกซี่ โบรกเกอร์ ร่วมกับ MGC ASIA จัดกิจกรรม “ส่งความสุขให้น้อง” แมกซี่ โบรกเกอร์ ร่วมกับ MGC ASIA จัดกิจกรรม “ส่งความสุขให้น้อง”

แมกซี่ โบรกเกอร์ ร่วมกับ MGC ASIA จัดกิจกรรม “ส่งความสุขให้น้อง”

แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จัดกิจกรรม CSR ส่งมอบความสุขให้น้องๆ โรงเรียนบางกอกศึกษา ซอยลาดพร้าว 112

อ่านต่อ